กวางกึ๋ยยยย's profileKwang ~PhotosBlogLists Tools Help

กวางกึ๋ยยยย ...

Love makes everything possible.

Kwang ~

''Welcome to my SHLINKY World''
Photo 1 of 236
April 04

อันยงฮาเซโย...

อันยงฮาเซโย. เนื่องจากคุณหมอเกรียงได้รับเชิญไปเป็นspeakerที่งาน International Ketoanalog Symposium ที่กรุงโซล
หนูกวางและครอบครัวก็เลยถือโอกาสไปเยือนเกาหลีซะเลย จะเล่าให้ฟังแบบย่อๆนะเคอะ
 
ออกจากกทม.ด้วยTG656 เครื่องdelayไป40นาที เพราะดันมีคนนึงเปลี่ยนใจไม่ไปแล้ว เลยต้องรอมันเอากระเป๋าที่โหลดเข้าไปออกมา
ใช้เวลาเดินทางประมาณ5ชั่วโมง ก้อไปถึงสนามบินอินชอนตอน7โมง (เวลาที่เกาหลีจะเร็วกว่าเรา2ชั่วโมง) รู้สึกเหมือนเวลาหายไป2ชั่วโมงฟรีๆเลย
เวลาช่างเป็นเพียงตัวเลขจริงๆ. ที่นั่นหนาวมากๆ พูดออกมาเป็นควันเลยทีเดียว หนาวจมูกมากๆเลย
>>ตอนจะออกจากเครื่องบิน มีคนเก็บกล่องเล็กๆสีชมพูยี่ห้อdunhilมาให้ คงเห็นว่าสีเดียวกะกระเป๋า ตอนแรกนึกว่าเป็นน้ำหอม พอเปิดดูปรากฏ...เป็นบุหรี่ซะงั้น
     ต้องรีบเอาไปให้แอร์ เดี๋ยวแม่ตกใจเห็นกวางพกบุหรี่<<
>>กัปตันชื่อคมเข้มด้วย นึกว่าชื่อมันแปลกแล้วนะ ยังมีซ้ำอีก<<
>>1,000วอนเท่ากับประมาณ40บาท<<
 
 
มีรถมารับ กะไกด์คนนึง ชื่อคุณCK เป็นไกด์ที่สุดยอดมากๆเลย ความรู้ปึ๊ก แถมดูแลดีมากๆ
ที่แรกที่ไปคือไป Seoraksan (ซันแปลว่าภูเขา เรียกสั้นๆก็คือภูเขาซอรักน่ะเอง) โซนนี้เป็นโซนที่หนาวที่สุดในเกาหลี เลยยังมีหิมะอยู่เลย
ขึ้นcable carไปบนยอดเขา หนาวสั่นงันงกไปหมด หมอกเยอะมากๆ
(บนเขาได้กินSeosotok กะ Potok ต๊อกแปลว่าเค้กน่ะ แต่นี่มันคล้ายๆขนมโตเกียวบวกขนมแป้งจี่ ไงไม่รู้อร่อยมากเลย ได้กินไส้กรอกกะมันฝรั่งทอดด้วย อร่อยดี แต่ก็เหมือนๆกะบ้านเราแหละ จานนิดเดียวตั้ง4000วอน)
ลงเขามากินข้าว เป็นข้าวกะผักเยอะๆ ใส่ไข่ อยู่ในหม้อกระทะร้อน กินกะน้ำจิ้มเผ็ดๆแดงๆ เรียกว่า pi pim bab  อร่อยดีอ่ะ ดูเป็นอาหารสุขภาพลดความอ้วนดี
เค้าเสิร์ฟกะกิมจิเป็น10ชนิด เติมได้ตลอด ช้อบชอบแหละ
หลังจากนั้นก็ไปวัดที่ตั้งอยู่ระหว่างหน้าผา2อัน  วัดนี้ถูกไฟไหม้ไป กำลังบูรณะอยู่ สูงมากๆ ตอนออกจากวัดเริ่มมีฟ้าร้อง ฟ้าแลบ น่ากลั๊วน่ากลัว เลยคิดว่ากลับดีกว่า
ก็เลยนั่งรถกลับมาcheck in ที่โรงแรม JW Marriot Seoul แล้วก็ออกไปกินคาลบิ คือพวกหมูย่างน่ะเอง พนักงานที่โรงแรมเค้าเขียนชื่อร้านกะแผนที่คร่าวๆมาให้ เราก็เดินไปตามนั้นแหละ ข้ามถนน8เลนด้วย กวางตื่นเต๊นตื่นเต้น แต่ก็หาร้านไม่เห็นเจอ เลยไปถามคนเกาหลีคนนึง เค้าก็พูดภาษาอังกฤษไม่ใช่ได้ คุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง เลยแก้ปัญหาโดยการ เดินพาเราไปที่ร้านเลยทีเดียว ใจดีจริงๆ  
ร้านนี้อร่อยจริงๆนะ พนักงานก็ดี๊ดี แค่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ (อีกแล้ว) เวลาสั่งก็คือต้องใช้ภาษามือเอาอ่ะ แบบจะสั่งไก่ก็ต้องตีปีก จะสั่งปลาก็ต้องว่ายน้ำไรเงี้ย
*ไม่แปลกใจและ ทำไมหนังเกาหลีมีแต่เรื่องรักหวานแหวว  บรรยากาศที่นั่นโรแมนติกจริงๆอ่ะ
 
 
วันที่2 กวางสลิดอยากใส่กระโปรง แต่ก็ใส่ถุงน่องบัลเล่ต์ไว้ข้างในนะ กันหนาวขา
วันนี้ต้องไปกะคุณหมอต่างๆที่มาเข้าประชุม ไปกะCKอีกแล้ว เค้าพาไป Blue House เป็นเหมือนทำเนียบรัฐบาลไรเงี้ย
ข้างๆกันเป็นGuest Houseสำหรับอาคันตุกะมาพัก  เลยมานิดเป็นอนุสาวรีย์นกฟีนิกซ์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของรัฐบาลเกาหลีน่ะ
เสร็จแล้วไปวังที่ใหญ่ที่สุด คือGeongbokgung สวยดีอ่ะ ไปทันเวลาเค้ามีเปลี่ยนเวรยามกันด้วย
เป็นแบบทหารยามใส่ชุดเกาหลี ทำหน้านิ่งๆตลอดเวลา เดินกันขึงขังเชียว สังเกตว่าทหารทุกคนจะไว้หนวดเครา ตอนแรกนึกว่าทุกคนต้องไว้ แต่แอบเห็นคนนึงหนวดหลุดด้วยแหละ
มีสาวเกาหลีมาเดินตาม กรี๊ดๆ ขอถ่ายรูปกะเก้งกะกั้งใหญ่เลย
เสร็จจากวังก็ไปNational Folk Museum เค้าทำดี๊ดีนะ บ้านเราน่าจะมีมั่ง
แล้วก็ไปSeoul Tower ขึ้นไปชมวิวที่ความสูงประมาณ370เมตรจากระดับน้ำทะเล สวยมากๆ ทำไมเกาหลีภูเขาเยอะอย่างงี้เนี่ย
ตอนค่ำๆไปชอปปิ้งที่ Dondaemun ขายของเต็มเลย อารมณ์แบบสยาม แต่ของก็ไม่ใช่ถูกนะ
กั้งมีstylistมาขอถ่ายรูปทรงผม จะให้2พันวอน แต่กั้งไม่เอาตังค์
 
 
 
 
 
 
วันนี้ไปวังอีก2อันจำชื่อไม่ได้ วังนึงมีsecret gardenด้วย  คือเริ่มน่าเบื่อและ
วังที่นี่ทุกวังมันเหมือนกันทุกประการอ่ะ ไม่ใช่แค่คล้ายๆนะ เหมือนกันหมดเลย มีวังที่มีsecret gardenเนี่ย ที่ต่างไป
เค้าถึงได้ว่าไปแค่วัง 2วังก็พอและ ไม่ต้องไปหมด  หลังจากนั้นไปJongmyo เป็นศาลเจ้าที่ได้รับการยกย่องจากUNESCOว่าเป็น World's heritage
แต่ดูแล้วก็ไม่เห็นจะมีไรเลย
หลังจากนั้นก็นัดเจอกะน้องแพร เป็นน้องที่โรงเรียน ได้ทุนมาเรียนนิเทศที่เกาหลี เป็นรุ่นน้องที่นิสัยโคดเหมือนกวางเลยสนิทกันมากๆ
แพรพาไปInsadon เป็นเหมือนถนนของนักท่องเที่ยว มีแต่ร้านขายของที่ระลึก กะart gallery ไปกินคาลบิที่นั่นป็นอาหารเย็น ก็อร่อยนะ แต่ชอบร้านแรกมากกว่า
แม่แยกออกไปก่อน จะรีบกลับโรงแรมเพราะมีต้องไปดินเนอร์กะพ่อ แต่หลังจากที่เราเวิ่นอยู่นานมาก ออกมายังเห็นแม่กะลังซื้อผ้าพันคออยู่เลย ไรเนี่ย
แล้วแพรพาไปชอปปิ้งที่Myondon เป็นshopping streetที่ใหญ่มากๆ  ไปกินไอติมยาวฟุตนึงด้วย (ตอนแรกแพรบอกว่ายาวเมตรนึง อุตส่าห์ตกใจแทบตาย)
กวางกินรสโยเกิร์ต อร่อยมากเลย (หนาวจะตาย ยังจะมาสลิดกินไอติม)
ได้ยาทาเล็บกะลิปกลอสมาด้วย ลองสีสวยงามเต็มมือเลย 10เล็บ 10สี ลืมไปว่าไม่มียาล้างเล็บ เลยได้เล็บสวยงามกลับมาเลยทีเดียว
มีห้างอันนึงเก๋มากๆ คล้ายQ Conceptstoreที่Paragonเลย ชอบมาก ได้โปสการ์ดมาอันนึง
ตอนจะกลับโรงแรม แพรง้องแง้งไม่อยากให้กลับ แถมยังเกือบทำชั้นกลับผิดทางอีกแน่ะ โก๊ะตลอด
จริงๆอยากไปต่อ แต่กลัวน้องสุดที่รักกลับหอดึก ก็เลยกลับดีกว่า
 
 
วันสุดท้ายไม่ได้ไปไหนเท่าไหร่ ไปดูพ่อบรรยาย ฟังก็ไม่ใช่รู้เรื่อง ยังสลิดไปฟังอีกแน่ะ
อีกครึ่งวันก็shoppingที่Shinsaegae ห้างข้างๆโรงแรม
CKมาแวะลา ก่อนเรากลับด้วย
แล้วก็กลับกรุงเทพด้วยTG657
ตอนเข้าเมือง โดนศุลกากรเรียกตรวจกระเป๋าด้วย เค้าจะสุ่มตรวจ แต่ทำไมมาซวยชั้นก็ไม่รู้ เค้าบอกว่าตรวจน้องคนสวยละกัน เลยยอมให้ตรวจก็ได้
ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ พูดออกมาเป็นควันเหมือนกัน แต่เป็นควันไอจากการระเหย ร้อนไป๊ร้อนง่าว
อืม...กลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง
 
 
special note:
แพร...น้องสาวสุดที่รัก
ขอบคุณนะ แกต้องอ่านหนังสือ แต่ก็ยังอุตส่าห์มาพาชั้นเที่ยว
ถึงแกจะกรี๊ดใส่โทรศัพท์ตอนชั้นโทรไป ถึงแกจะมาสาย ถึงแกจะพาชั้นหลงทาง ถึงแกจะดำ ฯลฯ
แต่ก็ขอบคุณจริงๆนะ
รู้ว่าแกเหงา ไว้จะส่งจดหมายไปหานะ
รักแกมาก
 
 
 
June 22

Nu Kwang In Chiang Mai

ในที่สุด หนูกวางก็ติดหมอแล้วค่ะ 
ตอนนี้เลยมาเรียนหมอที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่แคว้นแดนล้านนา
เป็นการมาอยู่นอกบ้านนานๆเป็นครั้งแรก หุๆ
 
ตอนแรกนึกว่าจะหนาว อุตส่าห์เตรียมเสื้อกันหนาวมาซะดิบดี
ปรากฏ...ร้อนอย่างกะม้า
 
กวางต้องเรียนทั้งหมด6ปี มีปีแรกปีเดียวที่เรียนในมอ (ในมอก็คือในมหาลัยนะเอง)
อีก5ปีที่เหลือ ต้องไปเรียนที่สวนดอก (สวนดอกคือตรงโรง'บาลเน้อ)
 
วิวที่นี่สวยมากเลยนะ โรแมนติกมากๆอ่ะ
เหมือนในหนังเปี๊ยบเลย มหาลัยใหญ่มากๆๆๆ
กะว่าจบไปคงขาใหญ่ไปตามๆกัน
 
ส่วนใหญ่เค้าก็จะอยู่หอกัน แต่กวางสบายหน่อย ได้อยู่บ้านญาติ
โชคดีมาก บ้านอยู่ตรงหน้ามอ มาเรียนก็แค่5นาทีเอง
ห้องนอนเป็นไม้สีชอคโกแลตแหละ...แต่ไม่ต้องห่วงนะ
กวางมาเนรมิตให้มีสีชมพูเต็มห้องเป็นที่เรียบร้อยแร้น
 
ตอนนี้ยังเรียนไม่ค่อยหนักเท่าไหร่ เพื่อนๆที่นี่ก็ดี น่ารักม้ากมากเลย
แล้วก็ได้กลับบ้านบ่อยๆ
ชีวิตที่นี่เลยไม่เหงา หนุกหนาน กรี๊ดกร๊าด ลั่ลล้ามากมาย
 
กวางมาตั้งสาขาใหม่ที่นี่ด้วย
Med. Com.
ย่อมาจาก Medicine Communication
เรียกอีกอย่างว่า แพทยศาสตร์การแสดง
มีเพลงประจำคณะพร้อมท่าเต้นด้วยน้า โฮะๆๆๆๆ
 
นอกจากนั้นยังไปเดินชอบปิ้งมามากมายเช่นกัน
เสียหายค่ะ เสียหาย ใช้ตังค์ไปเยอะน่าดู
 
อ้อ ตอนนี้มีโครงการที่ตั้งใจแน่วแน่มากอยู่2อัน
หัดอู้กำเมือง (เปิ้นอู้ได้นักแล้วนะเจ้า)
กับ
ไปงานลูกทุ่งวิจิตร (ตามรอยเพื่อนสนิท)
 
และนี่คือที่พักผ่อนหย่อนใจที่ไปสำรวจมาแล้วค่ะ
 
เซ็นกาด
เรียกยาวๆว่า เซ็นทรัลกาดสวนแก้ว ที่นี่ไม่ค่อยมีของเท่าไหร่
แต่อยู่ใกล้บ้านหน่อย เลยไปบ่อย
มีคาราโอเกะ sing-a-long(ที่ไปซะบ่อยเช่นกัน)
จะตกแต่งแต่ละห้องเป็นthemeต่างๆ
ชั้นบนสุดมีร้านๆเรียกว่าโบ๊เบ๊(แต่ดีกว่าโบ๊เบ๊กรุงเทพนะ)
 
กาดสุมมืด
กาด=ตลาดเน้อ
กาดสุมมืดอยู่หน้าเซ็นกาด
มีเฉพาะวัน พฤ ศ ส
ของที่นี่ส่วนใหญ่เป็นของพื้นเมือง และของกินมากมาย
มีกางเกงสะดอ(เกงเล)ขายด้วย
 
เซ็นแอร์
หรือเซ็นทรัลแอร์พอร์ต ข้างในเป็นห้างโรบินสัน
ชั้นใต้ดินมีร้านๆคล้ายๆสยามเลย
มีshopของbrandต่างๆ
มีaquariumที่นึกว่าจะใหญ่ จริงๆเป็นแค่ตู้ปลาตู้นึง
 
ถนนคนเดิน ท่าแพ
ใหญ่มากๆ ใหญ่จนไม่รู้จะเดินยังไงไหว
ทุกซอกทุกมุม มีของขายเต็มไปหมด
มีของขายทุกประเภทเลย
ของเก๋ก็เยอะ ชอบๆ
แต่มีเฉพาะวันอาทิตย์นะ
 
ถนนคนเดิน ในมอ
ของซื้อไม่เท่าไหร่ ของกินสิ อร่อยๆเพียบ
ชมรมต่างๆก็มาเปิดร้านกัน
มีคอนเสิร์ตด้วยน้า ล่สุดเป็นเบน ชลาทิศ
ถึงมีแต่วันพุธ ก็หนุกหนานค่ะ
 
 
เอาเท่านี้ก่อน ไว้วันหลังจะมาเล่าให้ฟังใหม่
อย่าลืมคิดถึงกันนะ
รักเธอ หมั่ว หมั่ว
 
ปล...พี่รหัสที่นี่เกิดวันเดียวกะกวางเด๊ะเลย ชื่อพี่พ็อต
    ...ห้องเชียร์ที่นี่ไม่มีว้าก มีสันด้วย หนุกมากเลย
    ...ตอนนี้มีเว็บแคมแล้วนะ มีโปรแกรมskypeด้วย โฮะๆ
        ไฮเทคมะ มาว่ากวางไม่ได้แล้วน้า
    ...เมื่อวันก่อนนู้นที่กาก้ายิง มีตอนนึงสบตากันด้วยล่ะ ผ่านทีวี
        กรี๊ดกร๊าดๆ คุ้มที่ตื่นมาดู พรหมลิขิตจริงๆ
 
 
 
Special note:
ถึงห้าเรา
คิดถึงพวกแกจังอ่ะ
เข้าพรรษานี้จะกลับกรุงเทพ ไปเที่ยวกันนะ
อยู่นี่ก็ดี๊ดีล่ะ ไม่ต้องห่วง
ห้าเราคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับกวาง
ไม่มีใครแทนพวกแกได้
รักห้าเราที่สุดเลย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
June 26

First time at JJ

หลังจากโดนเพื่อนด่าว่าหลังเขา และอดใจรอมานาน 
ในที่สุด หนูกวางน้อยสีชมพู ก็ได้มีโอกาสไปชอปปิ้งที่ตลาด JJ จตุจักร อันโด่งดัง
...เป็นครั้งแรก

เริ่มต้นด้วยการนัดเจอ แอ๊ม-บัญชี จุฬาฯ  วิ(ใหม่)-วิดยา จุฬาฯ 
และเฮียอ๊อฟ(พี่วิ)- วิดวะ จุฬาฯ บนหัวขบวนรถไฟใต้ดินขบวนหนึ่ง ที่สถานีสุขุมวิท
และออกเดินทางไปเจอกะ แจง-วิดยา จุฬาฯ และเอ็ม-บัญชี ม.กรุงเทพ
ที่สถานีกำแพงเพชร อันเป็นจุดหมายของเรา

ขอบอกด้วยว่า คราวนี้หนูกวางตื่นเต้นมาก เลยไปตรงเวลา ไม่สายซักติ๊ด
แถมไปรอก่อนตั้ง20นาที เป็นปรากฏการณ์

จตุจักรของจริง ไม่ได้แย่อย่างที่คิด  ตอนแรกคิดว่ามันจะร้อนตับแลบ มีคนขโมย
กระเป๋าเดินโฉบไปโฉบมา  แต่ที่จริงก็ไม่ได้ร้อนมากมาย อาจจะเพราะ ฝนกำลังจะตก 
ก็เลยไม่ค่อยมีแดดมากมาย ส่วนของ ก็ไม่ได้หายซักกะชิ้น

ร้านแรกที่เจอเป็นร้านสีชมพูสวยงาม  อดรนทนไม่ได้ เลยซื้อของชิ้นแรก - ที่มัดผม
สีชมพู จะเอามารัดเข็มขัดนิสิต หลังจากนั้นเดินๆไป เป้าหมายจะอยู่ที่ต่างหู
เป็นส่วนใหญ่  เนื่องจากเคืองที่เพิ่งหายไป2คู่  สุดท้ายได้ต่างหูสีชมพู มา2คู่ 
หลังจากเดินๆไปก็ได้ไอเดียบรรเจิด เลยตามล่าหาลูกปัดคริสตัลสีสวยงามจะเอามา
ทำเป็นตุ้งติ้ง ได้ลูกปัดสีชมพูกะสีขาว ลวดดัด คีมและพวกอุปกรณ์เล็กน้อยเอามา
ทำตุ้งติ้ง  แอบซวยเล็กน้อย ที่ดันมาสมองดันมาสร้างสรรค์บรรเจิดต่อหน้าเพื่อนๆ 
เลยโดนใช้กลายเป็นคนทำตุ้งติ้งประจำกลุ่มไปโดยปริยาย ดีจริงๆ  ได้ที่ห้อยมือถือ
สีชมพูด้วย เข้ากะที่รัดเข็มขัดเป็นอย่างดี 

แวะกินข้าวกลางวันที่ร้านดินเผา  ขายไก่ทอด – ส้มตำ  ขอบอกว่าไก่ทอด ทอดได้
อร่อยมาก แอบกรี๊ดกร๊าด  อาหารร้านนี้อร่อยเชียวแหละ  เจอพี่เชอร์รี่(รุ่นพี่รร. ตอนนี้
อยู่นิเทศ ปี4)ด้วย  เนื่องจากมีวิกะแจงอยู่ด้วย โต๊ะเราจึงเป็นโต๊ะเดียวที่มีช้อนกลาง
เต็มไปหมด

มาครั้งนี้ แอ๊มได้เสื้อให้ป๋อม2ตัว  วิได้กระเป๋าใส่เครื่องคิดเลขสีเหลือง กะที่ใส่มือถือ
(ช่วงนี้มันบ้า
สีเหลือง สีประจำคณะเหลือเกิน น่าหมั่นไส้จิงๆ)  แจงได้ที่ใส่มือถือ
ที่ห้อยมือถือ2อัน กำไลข้อมือ 
เอ็มได้กางเกง4ตัว  ส่วนเฮียอ๊อฟ ไม่ได้อะไรเลย
น่าสงสารจิงๆ  รู้สึกกวางจะได้เยอะสุดด้วยค
วามตื่นเต้น

กลับมาถึงบ้านประมาณ 6 โมงเย็น  นั่งทำตุ้งติ้งด้วยความตื่นเต้น  ออกมาเป็นรูปดอกไม้สีชมพู  สวยงามมาก ภูมิใจสุดๆ  ใครที่เดินผ่านกวาง แล้วกวางใส่ตุ้งติ้งอันนี้อยู่ กรุณาชมด้วย

ขอบคุณมากนะเพื่อนๆ พาหนูกวางมาเที่ยวจตุจักร  สนุกมากเลย  รักพวกแกทุกคนมากมาย

 

June 17

Bye~Bye...my appendix ToT ไส้ติ่งอักเสบอ่า

ลาลั้นลา~ ตอนเช้าวันจันทร์ที่13ไปกินข้าวไก่ฉีกๆร้านป้าจุกที่รร.กะลิลลี่  กินนมแก้วนึง  แล้วก้อเดินไปเรียนgen chem ที่ตึกเคมี1  รู้สึกจะสายไปประมาณ 5นาที  เพื่อนๆกะลังวุ่นๆกะการเก็บตังค์ค่าเสื้องานกีฬาเฟรชชี่  นั่งเรียน(จิงๆคือ นั่งวาดรูปอาจารย์กะนั่งเมาท์)ไปซักแป๊บนึง รู้สึกปวดท้องแฮะ ปวดท้องมากมาย โทรหาพ่อ "พ่อ กวางปวดท้องไม่ไหวแล้วอ่า"  แล้วก้อแอบโดดเรียนออกไปตอนพัก เรียกแท๊กซี่ไปรพ.จุฬาฯ  

ไปนอนอยู่ ที่ห้องพักพยาบาลที่ตึกพ่อ  อ่าโชคดีจัง  โดดเรียนมานอนหลับ ฮุๆ พ่อส่งหมอเข้ามาดูอาการคนนึง
"หมอสงสัยว่าน้องกวางจะเป็นไส้ติ่งอักเสบนะคะ  แต่ยังไม่แน่ใจ  หมอคงให้ยาแก้ปวดไม่ได้  เพราะจะทำให้ตรวจไม่พบ  เดี๋ยวหมอจะให้หมอเฟลโล่มาดูให้อีกทีนะคะ  ตอนนี้ห้ามกินอะไรนะคะ น้ำก็งดนะคะ  เดี๋ยวให้พยาบาลมาแทงเข็มน้ำเกลือนะคะ" T.Tอ๊า ม่ายอาว ไม่ได้เป็นใช่มั้ยคะ ยังไม่แน่ใจใช่มั้ยคะ  เพิ่ง10โมงเองนะคะ  ไม่ให้กินอะไรเลย  ก้อหิวตายน่ะซี่  "อาการน้องกวางเหมือนเป็นไส้ติ่งนะคะ  หมอขอกดท้องหน่อยนะคะ  ปวดทางด้าน right side แบบนี้ น่าจะใช่นะคะ  คงต้องดูอาการกันไปก่อน"  "ไม่ต้องตกใจนะลูก  อาจจะไม่ใช่ก็ได้  แต่อาการแบบนี้ พ่อว่าใช่นะ  หมอช่วยส่งERหน่อย  ตามหมอศัลย์ให้ด้วยนะ"  "ผมเป็นหมอศัลย์นะครับ  หมอค่อนข้างแน่ใจว่าเป็นappendix แต่ก็ต้องรอผลตรวจเลือดก่อนนะครับ  ยังไงช่วยต่อโทรศัพท์ถึงอ.เกรียงด้วยครับ" และแล้วหลังจากย้ายตึกมาอยู่ภปร. ชั้น16 ห้อง 1634 แล้ว  "น้องกวางรีบเปลี่ยนชุดเลยนะครับ  ตกลงเป็นไส้ติ่งอักเสบ  ต้องผ่าตัดฉุกเฉินครับ"  TToTT อ่า  ขอบคุณค่ะ  อุตส่าห์ส่งหมอมากดท้องกวางตั้งหลายคน  สุดท้ายก้อผ่าอยู่ดี!!!

โดนเข็นไปที่ตึกสิรินธร  หมอมาพูดด้วยแป๊บนึงก่อนเข้าห้องผ่าตัดอันหนาวเย็นยะเยือก  แล้วก้อฉีดยาสีขาวๆเข้าตรงสายที่มือ ระหว่างที่นอนดูเค้าฉีด ภาพก้อพร่ามัว  แล้วกวางก้อหลับไป  กรี๊ดกร๊าด!!! เท่มากมาย  ถ้าเป็นไปได้ เกิดมาต้องโดนฉีดยาสลบซักครั้ง  มันเจ๋งจิงๆอ่ะ เหมือนในหนังเดี๊ยะ!!!

ผ่าเสร็จแล้ว กินอะไรก้อไม่ได้ ปากแห้งผาก สายน้ำเกลือก้อเกะกะ หมอเพิ่งเอาท่อช่วยหายใจออก เสียงก้อเลยไม่มี ขยับไปไหนก้อไม่ได้ การอยู่เฉยๆเช่นนี้ ทำให้เด็กไฮเปอร์อย่างกวางทรมานขาดใจTT_TT

เวลาผ่านไป ความอยากกินก้อเพิ่มมากขึ้น  วันนึงเลยแอบกินซาลาเปาไป3ลูก  ข้าวผัดกะโกยซีหมี่อย่างละ 1กล่อง และอื่นๆอีกมากมาย ส่งผลให้ท้องอืด โดนหมอดุในเวลาต่อมา T.T

กลับมาบ้านวันพฤหัสที่16  หมอเซ็นใบรับรองแพทย์ให้ หยุดได้ถึงสิ้นเดือน  ฮุๆๆ โดดเรียน แสนสุขใจ^.^

ปล.1 เพื่อนๆที่มาเยี่ยมในแต่ละวัน ทำให้กวางขำมากมายจนแผลอาจปริได้ 
ปล.2 วันที่กลับบ้านวันแรก  กั้งอุ้มกวางขึ้นบันได เท่มั่กๆ
ปล.3 พีท แบงค์ บาส...ไปเป็นตลกคาเฟ่เหอะ  
       
3คนนี้คือกลุ่มสุดท้ายที่มาเยี่ยม ตอนกวางกะลังจะกลับบ้าน
        อ้อ! บาสใส่คอนแทคเลนส์ด้วย อู้วว!!
ปล.4 สีวิ่งขึ้นบันไดมา16 ชั้น เนื่องจากรอลิฟต์นาน สีจะมาเข้าห้องน้ำ
        แต่ก้อถึงพร้อมคนอื่นๆที่ขึ้นลิฟต์มา ซึ่งนอกจากเข้าห้องน้ำแล้ว
        ยังนั่งกินไอ้นู่นไอ้นี่สบายใจเฉิบ เป็นคนมาเยี่ยมที่คุ้มที่สุด 
ปล.5 แจงถ่ายรูปกวางตอนนอนหัวฟู โทรมสุดๆ ไปเป็นwallpaperมือถือ ดีจิงๆ

ขอขอบคุณ คุณหมอทุกๆคน (โดยเฉพาะอ.บุญชู กะหมอพณะ)  พี่ๆพยาบาลทุกๆคน  ทั้งที่มาดูแลรักษา และที่มาเยียม  ทุกคนในภปร.16 หน่วยโรคไต ภาควิชาอายุรศาสตร์ ตึกพร้อมพันธ์ ตึกอำนวยการ งานพยาบาลอายุรศาสตร์ หมอภิรมย์ หมอยงศักดิ์ พี่ๆบริษัทยาทั้งหลาย พี่ลิลลี่ พี่เช่ พี่จา พี่อ้อยเล็ก พี่อ้อยใหญ่ พี่อีก3 คนจำชื่อไม่ได้  พี่ๆที่คณะ พี่นุ่น พี่รหัสปี2 พี่กาน พี่ปัด  เพื่อนๆเภสัช Rx67 แตงโม เอิร์ธ โบ ต้นส้ม น้ำหวาน เม กวางม่วง กวางสูง นา กิ๊ก เค้ก โฮป ฯลฯ  เพื่อนๆสาธิตจุฬา40 อ๊อบ แจง วิ แอนท์ ลิลลี่ แอ๊ม ปัน นัดมน ฝ้าย สี แบงค์ บาส พีท บอย(+น้องแบงค์และครอบครัว) ป๊อบปี้ ป๊อก แฟร์ แวน ป่าน พี่นึก ห้อง6/3 น้องอัลไพน์ น้องเฮ้ง ฯลฯ พี่ต้อง พี่รหัสบ้านไหน พี่ๆสาธิตจุฬาฯ พี่เดนท์ พี่บุ๊ค พี่ธันว์ พี่มิ้ม พี่เจเนต พี่วิลา พี่บูน  แมลงปอ อาไก่  ป้าอ้อ พี่แน๊ต  ญาติๆทุกคน  ทุกคนในบ้าน พ่อ แม่ เก้ง กั้ง น้าเจี๊ยบ น้าต้อ จั๊ม เจน และยังมีที่ยังๆไม่ได้กล่าวชื่ออีก ขอบคุณทุกๆคนจิงๆนะคะ มาเยี่ยมกวางกันมากมายทุกวันเลย แล้วยังโทรมาอีก

ไม่งั้นกวางคงเหงาแย่เลย^^ 

ซึ้งใจจิงๆน้า^^

 

May 27

เมื่อคืนนี้...

เมื่อคืนฝนตก  ฟ้าร้องสนั่นหวั่นไหว

 

ตอนเด็กๆ เคยดูรายการทีวีอันนึง  ในทีวีฝนตกหนักมาก มีทั้งฟ้าร้อง ฟ้าแลบ

และในที่สุด ฟ้าก็ผ่าลงมา  กระท่อมหลังเล็ก แตกออกเป็นเสี่ยงๆ

เป็นภาพที่หาดูได้ยากมาก 


ความคิดในตอนนั้น "ฟ้าร้อง=ฟ้าผ่า=บ้านพัง=ตาย" 

 

เลยกลัวเสียงฟ้าตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 

อยากรู้จังทำไมฝนตกแล้วต้องเหงา?  ใครเป็นคนคิดคำว่าเหงา? 

แต่เวลาฝนตกก็เหงาทุกครั้ง 


คืนนี้ก็เหมือนเคย  เหงา  ถึงจะมีกั้งนอนกลัวผีอยู่เตียงใกล้ๆ  แต่ก็ยังเหงา 

 

รู้สึกกวางมีแต่เรื่องเหงาๆเนอะ 

 

ก็เพราะเป็นคนขี้เหงา  ถึงได้อยู่คนเดียวไม่ค่อยได้  เบื่อๆ เหงาๆทีไร 

ต้องโทรหาเพื่อนทุกที  ค่าโทรศัพท์ก็เลยยิ่งพุ่งกระฉูด ทะลุเกินวงเงิน

อยู่เป็นประจำ  ขนาดเปลี่ยนมาใช้ ZAD นาทีละ25 สตางค์แล้ว 

ค่าโทรก็ยังเยอะอยู่ดี  แต่ได้คุยมากขึ้น 

(อันนี้ต้องขอบคุณแอ๊ม ที่มาบอกให้กวางเปลี่ยน) 

จนตอนนี้เพิ่มวงเงินเป็น 4,000 เลยใช้ได้มากขึ้น

 

แล้วตอนเช้าจะทำไงละเนี่ย  ต้องตื่นตี5ครึ่ง  ต้องไปถึงคณะตอน6โมงครึ่ง 

ป่านนี้ยังไม่ได้นอนเลย

 

เฮ้อ! เกลียดเวลาฝนตกชะมัด